Login



สาธารณรัฐอิตาลี

ขอมูลทั่วไป

 

 

อิตาลีอยูในตอนใตของทวีปยุโรป และตอนเหนือของแอฟริกา โดยมีลกษณะเปนัคาบสมุทรยื่นออกไปในทะเลเมดิเตอรเรเนียน พื้นที่รอยละ 75 เปนภูเขาและที่ราบสูงทิศเหนือติดประเทศสวิตเซอรแลนดและออสเตรีย ทิศใตติดทะเลเมดิเตอรเรเนียนและทะเลไอโอเนียน ทิศตะวันตกติดประเทศฝรั่งเศสและทะเลไทเรเนียน ทิศตะวันออกติดทะเลอาเดรียติก และอยูตรงขามกับสโลเวเนีย โครเอเชีย บอสเนีย มอนเตเนโกร และแอลเบเนีย

อิตาลีมีเนื้อที่ 116,303 ตารางไมล หรือ 301,225 ตารางกิโลเมตร นอกจากพื้นที่ที่เปนคาบสมุทรแลว อิตาลียังประกอบดวยเกาะซารดิเนียและซิซิลดวย พื้นที่รอยละ 57 เปนพื้นที่เกษตรกรรม รอยละ 21 เปนปาและภูเขา

ภูมิอากาศ แบบเมดิเตอรเรเนียน

ประชากร 58.6 ลานคน ความหนาแนนของประชากร 193 คน ตอ 1 ตารางกม. อัตราการเพิ่ม 0.0% มีประชากรในวัยทํางาน (workforce) 24.3 ลานคน (โดยอยูในภาคบริการ 63 % ภาคอุตสาหกรรมและพาณิชย 32 % ภาคเกษตร 5% และวางงาน 7.9%)

เชื้อชาติ สวนใหญคืออิตาเลียน และมีชนกลุมนอยเชื้อชาติอื่นๆคือ เยอรมัน ฝรั่งเศสสโลเวเนีย และแอลเบเนีย

ผูหญิงอิตาลีมีบุตรจํานวนนอยที่สุดในสหภาพยุโรป (1.33 คน โดยเฉลี่ย)

เมืองหลวง โรม (Rome) ประชากร 2.7 ลานคน

เมืองสําคัญ โรม มิลาน เนเปลส ตูริน เจนัว

ภาษาราชการ อิตาเลียน และมีภาษาเยอรมันเปนภาษารอง โดยเฉพาะบริเวณแควน Trentino-Alto Adige ที่ตดกับออสเตรีย และภาษาฝรั่งเศสในแควน Valle d’Aosta

นอกจากนี้ สามารถใชภาษาสเปนกับชาวอิตาเลียนได อนึ่ง ในอิตาลีมีภาษาทองถิ่นอาทิ TUSCAN dialect

ศาสนา คริสตนิกายโรมันคาทอลิก (98%) แตใหเสรีภาพทุกศาสนาอิตาลีรบรองสถานะพุทธศาสนาอยางเปนทางการตั้งแตมีนาคม ค.ศ. 2000

สกุลเงิน ยูโร (Euro)

วันหยุดราชการ วันขึ้นปใหม, วัน Epiphany (6 ม.ค.), วัน Easter Sunday and Monday วัน Liberation Day (25 เม.ย),

วันแรงงาน (1 พ.ค.), วัน Assumption (15ส.ค.), วัน All Saints Day (1 พ.ย.),วัน Immaculate Conception (8 ธ.ค.),

วัน Christmas (25-26 ธ.ค.)

 

ประธานาธิบดี Mr. Giorgio Napolitano

นายกรัฐมนตรี Mr. Sivio Berlusconi

World Economic Forum จัดใหอิตาลีอยูลําดับที่ 82 ในการจัดลําดับความงายในการทําธุรกิจ (Rankings on the Ease of Doing Business หรือ Global Competitiveness Index) ในป 2550 (ไทยอยูลําดับที่ 18)

การเมืองการปกครอง

ระบบการเมืองการปกครอง รัฐธรรมนูญอิตาลีกําหนดใหอิตาลีมีรูปแบบการปกครองฅามระบอบสาธารณรัฐแบบประชาธิปไตย โดยมีประธานาธิบดี ดํารงตําแหนงประมุขของประเทศ มีนายกรัฐมนตรีทําหนาที่หัวหนาฝายบริหาร และมีฝายตุลาการแยกเปนอิสระ

ประธานาธิบดี ไดรับเลือกตั้งจาก รัฐสภาและผูแทนภูมิภาค (RegionalRepresentatives) ดํารงตําแหนงเปนเวลา 7 ป

ประธานาธิบดีคนปจจุบน นาย Giorgio Napolitano เปนตําแหนงประมุขของประเทศ

มีอํานาจแตงตั้งนายกรัฐมนตรี คัดคานการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ และยุบสภา

นายกรัฐมนตรีคนปจจุบัน คือ นาย Silvio Berlusconi เขารับหนาที่เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2551 เปนการดํารงตําแหนงนายกรัฐมนตรีอิตาลีเปนสมัยที่ 3

นายกรัฐมนตรีเปนผูจัดตั้งคณะรัฐบาล (Council of Ministers) โดยไดรับความเห็นชอบ

จากประธานาธิบดี ตําแหนงนายกรัฐมนตรี บางทีเรียกวา President of the Council of Ministers จึงอาจเกิดความสับสนได

รัฐสภา รัฐสภาอิตาลีประกอบดวย 2 สภา คือ สภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภา ประธาน

รัฐสภาไดแกประธานสภาผูแทนราษฎร (Chamber of Deputies) การบัญญัติกฎหมายใดๆ จะตองไดรับความเห็นชอบจากทั้ง 2 สภาวาระการดํารงตําแหนงของสมาชิกทั้ง 2สภาคือ 5 ป และการเลือกตั้งจะทําพรอมกันทั้ง 2 สภา โดยจะมีขึ้น ทุก 5 ป หรือเร็วกวานั้นหากประธานาธิบดีไมอาจสรรหานายกรัฐมนตรีทสามารถจัดตั้งคณะรัฐบาลใหทั้ง 2 สภาใหความเห็นชอบได การเลือกตั้งครั้งสุดทายคือเมื่อวันที่ 9 - 10 เมษายน 2549

(เลือก 2 วันโดยมีจุดประสงคเพื่อใหคนมาลงคะแนนมากขึ้น) สภาผูแทนราษฎร (Chamber of Deputies/Camera dei Deputati)

ประกอบดวยสมาชิกจํานวน 630 คน โดย 475 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และอีก

155 คนมาจากการเลือกตังแบบสัดสวนจากแควนตางๆ (regional proportion representation) ผูสมัครเขารับการเลือกตั้งจะตองมีอายุตั้งแต 25 ปขึ้นไป

ประธานสภาผูแทนราษฎรคนปจจุบันคือนาย วุฒิสภา (Senate/Senato della Repubblica)

ประกอบดวยสมาชิกจํานวน 326 คน โดย 315 คนมาจากการเลือกตั้งทั่วไป (popular vote) จากแควน (regions) ตางๆ ทั่วประเทศ และมีวุฒิสมาชิกตลอดชีพอีกจํานวนหนึ่ง (ปจจุบันมี 7 คน) ซึ่งจะแตงตั้งจากบุคคลชั้นนําของสังคม ประธานวุฒิสภาคนปจจุบันคือ นาย Franco Marini โดยไดรับเลือกใหดํารงตําแหนงเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2549

การปกครองสวนทองถิ่น อิตาลีแบงเขตการปกครองออกเปน 20 แควน หรือภูมิภาค (regions) (และแบงเปน 94 จังหวัด)

ไดแก Abruzzo, Basilicata,Calabria,Campania, Emilia-Romagna,Fuiuli-Venezia Giulia, Lazio,Liguria,Lombardia, Marche,Molise, Piemonte, Puglia,Sardegna (Sardinia), Sicilia(Sicily)Toscana, Trentino-Alto Adige, Umbria, Valle d’Aosta, Veneto,โดยมี 5 แควนคือ Fuiuli-Venezia Giulia,Sardinia, Sicily, Trentino-Alto Adige, และ Valle d’Aosta ไดรับสถานะพิเศษตามรัฐธรรมนูญใหปกครองตนเอง

ในแตละแควนจะมีองคกรการปกครองหลักอยู 3 องคกร คือ

- คณะมนตรีแควน (Regional Council) ทําหนาที่ตรากฎหมายและระเบียบขอบังคับในเขตอํานาจ

- คณะมนตรีกรรมการ (The Junta) ทําหนาที่เปนฝายบริหาร

- ประธานคณะกรรมการ (The President of the Junta) ทําหนาที่คลายนายกรัฐมนตรีในเขตอํานาจ แตทั้งนี้ ก็จะมีผูแทนของรัฐบาลคนหนึ่งอยูประจํา ณ นครหลวงของแควนนั้นๆ คอยควบคุมดูแลการบริหารของรัฐบาลทองถิ่นและทําหนาที่ประสานงานระหวางรัฐบาลทองถิ่นกับรัฐบาลกลาง

เศรษฐกิจการคา

หนวยเงินตรา ยูโร (Euro)

ผลิตภัณฑมวลรวมในประเทศ 1,727 พันลานดอลลารสหรัฐ (ป 2549)

รายไดประชาชาติตอหัว 30,200 ดอลลารสหรัฐ (ป 2549)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ รอยละ 2 (ป 2549)

การคา

ในป 2549 อิตาลีเปนคูคาของไทยอันดับที่ 4 ในสหภาพยุโรป และอันดับที่ 21 ในโลก

โดยมีมูลคาการคารวม 2.9 พันลานดอลลารสหรัฐ คิดเปนรอยละ 9.2 ของการคารวมของไทย เพิ่มขึ้นจากป 2548 รอยละ 0.24 โดยไทยสงออก 1.49 พันลานดอลลารสหรัฐนําเขา 1.47 พันลานดอลลารสหรัฐ (ไทยไดดลอิตาลีอยู 20 ลานดอลลารสหรัฐ) โดยไทยสงออกรถยนตและสวนประกอบ ยางพารา เครื่องปรับอากาศ และนําเขาผลิตภัณฑโลหะ เครื่องจักรกล และเครื่องจักรไฟฟาจากประเทศอิตาลี

การลงทุน

ในป 2549 การลงทุนของอิตาลีในไทย มีมูลคารวม 481.3 ลานบาท เพิ่มขึ้นรอยละ 19

จากป 2548 โดยเปนดานแรธาตุและเซรามิค 1 โครงการ อุตสาหกรรมเบาและเสนใย ๒ โครงการ ผลิตภัณฑโลหะและเครื่องจักร 3 โครงการ ดานเคมีภัณฑและกระดาษ 1 โครงการและดานบริการ 2 โครงการ

การทองเที่ยว

นักทองเที่ยวอิตาลีมาไทยประมาณ 130,000 คนตอป โดยจํานวนขึ้นลงตามสภาวะ เศรษฐกิจของอิตาลีและยุโรป ในขณะที่นักทองเที่ยวไทยไปอิตาลีปีละประมาณ  12,350 คน และมีแนวโนมวาจะเพิ่มมากขึ้นในแตละป

โครงสรางทางเศรษฐกิจทั่วไป

อิตาลีมีพื้นทีสวนใหญไมเหมาะแกการเกษตรกรรม และมีทรัพยากรธรรมชาติไมมาก แมจะมีกาซธรรมชาติอยูบาง จึงเปนประเทศทีตองนําเขาอาหาร (net food importer) และพลังงาน ปจจุบันอิตาลีเปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจทีพึ่งพาเกษตรกรรมเปนสําคัญมาเปนแบบมีอุตสาหกรรมเปนพื้นฐาน และมีขนาดใหญเปนลําดับตนๆ ของโลก โดยรายไดเฉลี่ยตอหัวของประชากรสูงไลเลี่ยกับอังกฤษและฝรั่งเศส อิตาลีเปนโมเดลของไทยในดานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดยอม (SMEs) โดยมีอุตสาหกรรมที่สาคัญ อาทิ รถยนต เครืองจักรกล การกอสราง เคมีภัณฑ เภสัชภัณฑ เครื่องไฟฟา เครื่องเรือน อุตสาหกรรมทอผา เสื้อผาและแฟชั่น และการทองเที่ยว อิตาลีเปนสมาชิกกลุม G8 และเขารวมสหภาพการเงินของสหภาพยุโรป (EMU) มาตั้งแตเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1998

แมระบบเศรษฐกิจของอิตาลีเปนระบบทุนนิยม ภาคเอกชนสามารถดําเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจไดอยางเสรี แตรัฐบาลยังคงเขามามีบทบาทควบคุมกิจกรรมที่สําคัญ อาทิ

ดานสาธารณูปโภค อุตสาหกรรมพื้นฐาน เปนตน ซึ่งไดกอประโยชนใหแกภาครัฐบาลในการสรางฐานอํานาจและแบงปนผลประโยชนระหวางพรรคการเมืองที่เขารวมรัฐบาล

อยางไรก็ตาม ปจจุบันไดมีความพยายามที่จะลด บทบาทของพรรคการเมืองโดยการแปรรูปรัฐวิสาหกิจใหภาคเอกชนเขามาดําเนินการ อยางไรก็ตาม อิตาลียังมีปญหาเศรษฐกิจภายในประเทศหลายประการ ที่สําคัญไดแก การขาดดุลงบประมาณในระดับสูง

การวางงาน การขาดแคลนทรัพยากรพลังงานในประเทศ และระดับการพัฒนาที่แตกตางกันอยางมากระหวางอิตาลีตอนเหนือ (Lombardy, Emilia, Tuscany) ซึ่งเปนแหลงอุตสาหกรรมและการคา และมีกลุมผูประกอบการ SMEs อยูหนาแนน กับอิตาลีตอนกลางและตอนลาง รวมทั้งเกาะ Sicily และ Sardinia ซึ่งเปนแหลงเกษตรกรรม

บริเวณที่พัฒนานอยกวานี้มีพื้นที่รวมกันเปนรอยละ 40 ของประเทศ มีประชากรอาศัยอยู

ถึงรอยละ 35 และมีอัตราการวางงานสูงถึงกวารอยละ 20

ธุรกิจการคาปลีก/คาสงในอิตาลี

กฎหมายที่เกี่ยวของกับการประกอบธุรกิจคาปลีก/คาสง บทบัญญัติที่สาคัญๆ

เกี่ยวกับ SMEs ในกฎหมายที่ 114 วาดวยการปฏิรูปวินัยในภาคธุรกิจการคา (Reform of the Disciplines on Commercial Sector) มีดังนี้

1. มาตรา (6) ขอ (2) บัญญัติวา รัฐบาลแควน (regional authority) จะพิจารณากําหนดเขตพื้นที่การพัฒนาในสวนที่เกี่ยวกับภาคธุรกิจการคาตางๆ อยางสมดุล

2. มาตรา (6) บัญญัติวา หนวยงานของรัฐบาลแควนเปนผูกําหนดหลักเกณฑในการจัดตั้งสถานประกอบการขนาดใหญ รัฐบาลแควนจะจัดทํามาตรฐานผังเมือง (urban planning) เพื่อใชประกอบการพิจารณาอนุญาตใหจัดตั้งสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ

3. มาตรา (7) บัญญัติวา ในการขอจัดตั้งกิจการของผูประกอบการรายยอย เพียงสงแบบฟอรมแจงตอเทศบาล (city council) เทานั้น มาตรา (8) และ (9) บัญญัติวา การเปดกิจการของผูประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญตองไดรับอนุญาตจากเทศบาลและแควน

4. มาตรา (8) เกี่ยวกับกฎเกณฑในการเปดสถานประกอบการขนาดกลาง ซึ่งระบุวาเทศบาลและรัฐบาลแควนจะรับฟงขอคิดเห็นจากสมาคมการคา และองคกรพิทักษผูบริโภคในการอนุญาตใหจัดตั้งสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ

ขอมูลทั่วไปเกี่ยวกับธุรกิจคาปลีก/คาสงในอิตาลี

- กฎหมายที่ 114 ใหประโยชนแกรานคาปลีกขนาดเล็ก (พื้นที่ 150-200 ตารางเมตร)ซึ่งสวนใหญเปนการดําเนินธุรกิจของครอบครัว อาทิ การเปดกิจการรานคาปลีกใหมทําไดโดยงายโดยไมตองขออนุญาต (แตเดิมตองขอใบอนุญาตจากเทศบาล) เพียงแตจัดสงแบบฟอรมแจงเทศบาล

- รานคาปลีกขนาดกลาง (พื้นที่ 250-2,500 ตารางเมตร) เชน supermarket, convenient store, outlet เปนตน และรานคาปลีก/คาสงขนาดใหญ (พื้นที่ 2,500 ตารางเมตรขึ้นไป) จะตองไดรับการอนุญาตจัดตั้งโดยคํานึงถึงการแบงเขตพื้นที่(zoning) และการตรวจสอบความจําเปนทางเศรษฐกิจ (economic needs test) ตางๆ  เชน จํานวนประชากร การกระจายการจัดตั้งรานคาปลีก/คาสงขนาดใหญ ผลกระทบตอสภาพจราจร การจางงาน และการสรางงานใหม เปนตน ซึ่งรัฐบาลแควนจะพิจารณารวมกับเทศบาลเมือง และหนวยงานภาคเอกชนที่เกียวของในการอนุญาตใหจัดตั้งรานคาปลีก/คาสงขนาดใหญ สงผลใหเกิดการชะลอความเติบโตในภาคการคาปลีก/คาสงขนาดใหญของอิตาลีในชวง 2-3 ปที่ผานมา

- ปจจุบัน รัฐบาลอิตาลีมีนโยบายสนับสนุนใหรานคาปลีกขนาดเล็กปดกิจการหรือรวมตัวกัน เชน ใหเงินชดเชยแกเจาของรานที่เลิกกิจการก่อนเกษียณอายุ สนับสนุนใหรานคาปลีกขนาดเล็กซึ่งตั้งอยูในบริเวณเดียวกันปดกิจการและและรวมตัวเพื่อเปดกิจการรานคาปลีกขนาดกลางในเขตอื่น สนับสนุนรานคาปลีกรายยอยใหจําหนายสินคาเฉพาะประเภทเพื่อลดการแขงขันระหวางการคาปลีกอื่นๆ ในยานเดียวกัน เปนตน ทั้งนี้ รัฐบาล(โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและการคา) ไดตั้งงบประมาณเพื่อการนี้ไวประมาณ 1 แสนลานลีร

ขอกําหนดสําหรับกิจการของตางชาติ

- ธุรกิจการคาปลีก/คาสง ของอิตาลีมีการแขงขันกันอยางเสรีในสภาพตลาดที่พัฒนาแลวและไมมีขอกีดกันตอผูประกอบการตางชาติในกิจการค้าปลีก/คาสง ที่แตกตางจากมาตรการที่กําหนดไวสําหรับผูประกอบการอิตาลี

- ปจจุบัน มีรานคาปลีก/คาสง ขนาดใหญของตางชาติเปดกิจการในอิตาลี อาทิ Carrefour (ฝรั่งเศส) Auchan (ฝรั่งเศส) Metro (เยอรมัน) Lidl (เยอรมัน) Rewe (เยอรมัน) Tenglemann (เยอรมัน) IKEA (สวีเดน)

ความสัมพันธทางการคาไทยกับสาธารณรัฐอิตาลี

อิตาลีเปนประเทศคูคาสําคัญลําดับที่ 22 ของไทย และเปนประเทศคูคาสําคัญลําดับที่ 5 ในกลุมสหภาพยุโรป โดยมีมูลคาการคารวม 2.388 พันลานดอลลารสหรัฐ ในป 2548 ซึ่งไทยสงออกเปนจํานวน 1.255 พันลาน และนําเขา 1.133 พันลานดอลลารสหรัฐ

(ขอมูลจากกรมเจรจาการคาระหวางประเทศ กระทรวงพาณิชย)

สินคาสงออกสําคัญ(ไทยสงออกไปอิตาลี) ไดแก เครื่องปรับอากาศและสวนประกอบรถยนตอุปกรณและสวนประกอบ ยางพารา ปลาหมึกสดแชเย็น/แชแข็ง เหล็ก เหล็กกลาและผลิตภัณฑ เสื้อผาสําเร็จรูป เครื่องใชไฟฟาและสวนประกอบอื่นๆ อัญมณีและเครื่องประดับ ผาผืน เครื่องโทรสาร โทรพิมพ โทรศัพท อุปกรณและสวนประกอบ เปนตน

สินคานําเขาสําคัญ (ไทยนําเขาจากอิตาลี) ไดแก เครื่องจักรกลและสวนประกอบเคมีภัณฑเครื่องจักรไฟฟาและสวนประกอบ ผาผืน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรมสัตวและผลิตภัณฑจากสัตว ผลิตภัณฑโลหะ ผลิตภัณฑพลาสติก เครื่องมือ เครื่องใชทางวิทยาศาสตรการแพทย การทดสอบ เครื่องใชเบ็ดเตล็ด เปนตน

สินคาสงออกที่มีศักยภาพ (ไทยสงออกไปอิตาลี) ไดแก เครื่องคอมพิวเตอร อุปกรณและสวนประกอบ เสื้อผาสําเร็จรูป แผงวงจรไฟฟา ขาว อาหารทะเลกระปอง ยานพาหนะอุปกรณและสวนประกอบ เครื่องรับวิทยุโทรทัศนและสวนประกอบ กุงสดแชเย็นแชแข็งอัญมณีและเครื่องประดับ และยางพารา เปนตน

สินคานําเขาที่มีศักยภาพ (ไทยนําเขาจากอิตาลี) ไดแก เครื่องจักรไฟฟาและสวนประกอบ เครื่องจักรใชในอุตสาหกรรม เคมีภัณฑ แผงวงจรไฟฟา น้ำมันดิบ ไดแกเครื่องคอมพิวเตอร อุปกรณและสวนประกอบ ผลิตภัณฑโลหะ เหล็กและเหล็กกลาเครื่องมือเครืองมือใชเกี่ยวกับวิทยาศาสตร การแพทย์ เครื่องบินและอุปกรณการบิน เปนตน

ความสัมพันธดานการลงทุน การลงทุนจากอิตาลีในไทยที่ผานคณะกรรมการสงเสริมการลงทุนมีจํานวนคอนขางนอย สวนใหญเปนการลงทุนในหมวดผลิตภัณฑโลหะ เครื่องจักรและอุปกรณขนสง (อาทิ กิจการผลิตเครืองจักร หรืออุปกรณสําหรับงานอุตสาหกรรมตอเรือ การผลิตชิ้นสวน ยานพาหนะ และการผลิตผลิตภัณฑโลหะ) การลงทุนในหมวดเคมีภัณฑกระดาษและพลาสติก และการลงทุนในหมวดอุตสาหกรรมเบา (อาทิ การผลิตเครื่องประดับ การผลิตรองเทา การผลิตเครื่องกีฬา การผลิตของเด็กเลน เปนตน)

 

การคมนาคม

 

ขนส่งสารสาธารณะ

  • รถประจำทาง (Bus)
  • รถไฟใต้ดิน (Metropolitane)
  • taxi
  • รถไฟ (Trenitalia)
  • เรือ (Vaporetti) มีเฉพาะที่เมืองเวนิส

 

ข้อควรระวัง คุณสามารถซื้อตั๋วโดยสารได้ที่ ร้านบุหรี่ ซุ้มขายนิตยสาร-หนังสือพิมพ์ บู้ทขายตั๋ว และเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ

ทุกครั้งที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะ ต้องนำตั๋วเข้าเครื่อง validate ticket เพื่อปั้มวัน-เวลา ด้วย เพราะหากเจ้าหน้าที่ตรวจเจอ จะต้องเสียค่าปรับ ราว 50 ยูโร

 

 

 

เวลาราชการ

  • ธนาคาร (จันทร์-ศุกร์) 8.30-13.30 / 15.30-16.30
  • ไปรษณีย์ (จันทร์-เสาร์) 8.30-16.30
  • ร้านขายยา (จันทร์-เสาร์) 9.00-12.30 / 15.30-19.00
  • บาร์ (ร้านกาแฟ) 8.00-20.00
  • คลับ(ดิสโก้เทค) 22.00
  • ร้านอาหาร เที่ยง-15.00 / 17.30-เที่ยงคืน
  • (ปิดสัปดาห์ละวัน)
  • พิพิธภัณฑ์-แกลอรี่ 9.30-19.00 (ส่วนใหญ่ปิดวันจันทร์ ควรตรวจสอบเวลาทำการของแต่ละสถานที่)
  • ร้านค้า,ซุปเปอร์มาเก็ต 9.00-13.00 / 15.30-19.30


ร้านค้า กับซุปเปอร์มาเก็ตส่วนใหญ่ จะเปิดวันจันทร์ ถึง เสาร์ ยกเว้นแต่ซุปเปอร์มาเก็ตใหญ่ ๆ เท่านั้นที่เปิดวันอาทิตย์ด้วย

 

เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน

 

  • รหัสประเทศ 0039
  • รถพยาบาล 118
  • ตำรวจ 112/113
  • ดับเพลิง 115
อิตาลีอยูในตอนใตของทวีปยุโรป และตอนเหนือของแอฟริกา โดยมีลกษณะเปนั
คาบสมุทรยื่นออกไปในทะเลเมดิเตอรเรเนียน พื้นที่รอยละ 75 เปนภูเขาและที่ราบสูง
ทิศเหนือติดประเทศสวิตเซอรแลนดและออสเตรีย ทิศใตติดทะเลเมดิเตอรเรเนียนและ
ทะเลไอโอเนียน ทิศตะวันตกติดประเทศฝรั่งเศสและทะเลไทเรเนียน ทิศตะวันออกติด
ทะเลอาเดรียติก และอยูตรงขามกับสโลเวเนีย โครเอเชีย บอสเนีย มอนเตเนโกร และ
แอลเบเนีย
อิตาลีมีเนื้อที่ 116,303 ตารางไมล หรือ 301,225 ตารางกิโลเมตร นอกจากพื้นที่ที่เปน
คาบสมุทรแลว อิตาลียังประกอบดวยเกาะซารดิเนียและซิซิลดวย พื้นที่รอยละ 57 เปน

พื้นที่เกษตรกรรม รอยละ 21 เปนปาและภูเขา
ภูมิอากาศ แบบเมดิเตอรเรเนียน
ประชากร 58.6 ลานคน ความหนาแนนของประชากร 193 คน ตอ 1 ตารางกม. อัตรา
การเพิ่ม 0.0% มีประชากรในวัยทํางาน (workforce) 24.3 ลานคน (โดยอยูในภาค
บริการ 63 % ภาคอุตสาหกรรมและพาณิชย 32 % ภาคเกษตร 5% และวางงาน 7.9%)
เชื้อชาติ สวนใหญคืออิตาเลียน และมีชนกลุมนอยเชื้อชาติอื่นๆคือ เยอรมัน ฝรั่งเศส
สโลเวเนีย และแอลเบเนีย
ผูหญิงอิตาลีมีบุตรจํานวนนอยที่สุดในสหภาพยุโรป (1.33 คน โดยเฉลี่ย)
เมืองหลวง โรม (Rome) ประชากร 2.7 ลานคน
เมืองสําคัญ โรม มิลาน เนเปลส ตูริน เจนัว
ภาษาราชการ อิตาเลียน และมีภาษาเยอรมันเปนภาษารอง โดยเฉพาะบริเวณแควน
Trentino-Alto Adige ที่ตดกับออสเตรีย และภาษาฝรั่งเศสในแควน Valle d’Aosta

นอกจากนี้ สามารถใชภาษาสเปนกับชาวอิตาเลียนได อนึ่ง ในอิตาลีมีภาษาทองถิ่น
อาทิ TUSCAN dialect
ศาสนา คริสตนิกายโรมันคาทอลิก (98%) แตใหเสรีภาพทุกศาสนาอิตาลีรบรองสถานะ

พุทธศาสนาอยางเปนทางการตั้งแตมีนาคม ค.ศ. 2000
สกุลเงิน ยูโร (Euro)
วันหยุดราชการ วันขึ้นปใหม, วัน Epiphany (6 ม.ค.), วัน Easter Sunday and
Monday วัน Liberation Day (25 เม.ย), วันแรงงาน (1 พ.ค.), วัน Assumption (15
ส.ค.), วัน All Saints Day (1 พ.ย.),วัน Immaculate Conception (8 ธ.ค.), วัน
Christmas (25-26 ธ.ค.)
ประธานาธิบดี Mr. Giorgio Napolitano
นายกรัฐมนตรี Mr. Sivio Berlusconi
World Economic Forum จัดใหอิตาลีอยูลําดับที่ 82 ในการจัดลําดับความงายในการ
ทําธุรกิจ (Rankings on the Ease of Doing Business หรือ Global Competitiveness
Index) ในป 2550 (ไทยอยูลําดับที่ 18)
การเมืองการปกครอง
ระบบการเมืองการปกครอง รัฐธรรมนูญอิตาลีกําหนดใหอิตาลีมีรูปแบบการปกครอง
ฅามระบอบสาธารณรัฐแบบประชาธิปไตย โดยมีประธานาธิบดี ดํารงตําแหนงประมุขของ
ประเทศ มีนายกรัฐมนตรีทําหนาที่หัวหนาฝายบริหาร และมีฝายตุลาการแยกเปนอิสระ
ประธานาธิบดี ไดรับเลือกตั้งจาก รัฐสภาและผูแทนภูมิภาค (Regional
Representatives) ดํารงตําแหนงเปนเวลา 7 ป
ประธานาธิบดีคนปจจุบน นาย Giorgio Napolitano เปนตําแหนงประมุขของประเทศ

มีอํานาจแตงตั้งนายกรัฐมนตรี คัดคานการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ และยุบสภา
นายกรัฐมนตรีคนปจจุบัน คือ นาย Silvio Berlusconi เขารับหนาที่เมื่อวันที่ 7 พ.ค.
2551 เปนการดํารงตําแหนงนายกรัฐมนตรีอิตาลีเปนสมัยที่ 3
นายกรัฐมนตรีเปนผูจัดตั้งคณะรัฐบาล (Council of Ministers) โดยไดรับความเห็นชอบ
จากประธานาธิบดี ตําแหนงนายกรัฐมนตรี บางทีเรียกวา President of the Council of
Ministers จึงอาจเกิดความสับสนได
รัฐสภา รัฐสภาอิตาลีประกอบดวย 2 สภา คือ สภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภา ประธาน
รัฐสภาไดแกประธานสภาผูแทนราษฎร (Chamber of Deputies) การบัญญัติกฎหมาย
ใดๆ จะตองไดรับความเห็นชอบจากทั้ง 2 สภาวาระการดํารงตําแหนงของสมาชิกทั้ง 2
สภาคือ 5 ป และการเลือกตั้งจะทําพรอมกันทั้ง 2 สภา โดยจะมีขึ้น ทุก 5 ป หรือเร็วกวา
นั้นหากประธานาธิบดีไมอาจสรรหานายกรัฐมนตรีทสามารถจัดตั้งคณะรัฐบาลใหทั้ง 2
ี่
สภาใหความเห็นชอบได การเลือกตั้งครั้งสุดทายคือเมื่อวันที่ 9 - 10 เมษายน 2549
(เลือก 2 วันโดยมีจุดประสงคเพื่อใหคนมาลงคะแนนมากขึ้น) สภาผูแทนราษฎร
(Chamber of Deputies/Camera dei Deputati)
ประกอบดวยสมาชิกจํานวน 630 คน โดย 475 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และอีก
155 คนมาจากการเลือกตังแบบสัดสวนจากแควนตางๆ (regional proportion

representation) ผูสมัครเขารับการเลือกตั้งจะตองมีอายุตั้งแต 25 ปขึ้นไป ประธานสภา
ผูแทนราษฎรคนปจจุบันคือนาย วุฒิสภา (Senate/Senato della Repubblica)
ประกอบดวยสมาชิกจํานวน 326 คน โดย 315 คนมาจากการเลือกตั้งทั่วไป (popular
vote) จากแควน (regions) ตางๆ ทั่วประเทศ และมีวุฒิสมาชิกตลอดชีพอีกจํานวนหนึ่ง
(ปจจุบันมี 7 คน) ซึ่งจะแตงตั้งจากบุคคลชั้นนําของสังคม ประธานวุฒิสภาคนปจจุบันคือ
นาย Franco Marini โดยไดรับเลือกใหดํารงตําแหนงเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2549
การปกครองสวนทองถิ่น อิตาลีแบงเขตการปกครองออกเปน 20 แควน
หรือภูมิภาค (regions) (และแบงเปน 94 จังหวัด) ไดแก Abruzzo, Basilicata,
Calabria,Campania, Emilia-Romagna,Fuiuli-Venezia Giulia, Lazio,Liguria,
Lombardia, Marche,Molise, Piemonte, Puglia,Sardegna (Sardinia), Sicilia
(Sicily)Toscana, Trentino-Alto Adige, Umbria, Valle d’Aosta, Veneto,โดยมี 5
แควนคือ Fuiuli-Venezia Giulia,Sardinia, Sicily, Trentino-Alto Adige, และ Valle
d’Aosta ไดรับสถานะพิเศษตามรัฐธรรมนูญใหปกครองตนเอง
ในแตละแควนจะมีองคกรการปกครองหลักอยู 3 องคกร คือ
- คณะมนตรีแควน (Regional Council) ทําหนาที่ตรากฎหมายและระเบียบขอบังคับใน
เขตอํานาจ
- คณะมนตรีกรรมการ (The Junta) ทําหนาที่เปนฝายบริหาร
- ประธานคณะกรรมการ (The President of the Junta) ทําหนาที่คลายนายกรัฐมนตรี
ในเขตอํานาจ แตทั้งนี้ ก็จะมีผูแทนของรัฐบาลคนหนึ่งอยูประจํา ณ นครหลวงของแควน
นั้นๆ คอยควบคุมดูแลการบริหารของรัฐบาลทองถิ่นและทําหนาที่ประสานงานระหวาง
รัฐบาลทองถิ่นกับรัฐบาลกลาง
เศรษฐกิจการคา
หนวยเงินตรา ยูโร (Euro)
ผลิตภัณฑมวลรวมในประเทศ 1,727 พันลานดอลลารสหรัฐ (ป 2549)
รายไดประชาชาติตอหัว 30,200 ดอลลารสหรัฐ (ป 2549)
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ รอยละ 2 (ป 2549)
การคา
ในป 2549 อิตาลีเปนคูคาของไทยอันดับที่ 4 ในสหภาพยุโรป และอันดับที่ 21 ในโลก
โดยมีมูลคาการคารวม 2.9 พันลานดอลลารสหรัฐ คิดเปนรอยละ 9.2 ของการคารวม
ของไทย เพิ่มขึ้นจากป 2548 รอยละ 0.24 โดยไทยสงออก 1.49 พันลานดอลลารสหรัฐ
นําเขา 1.47 พันลานดอลลารสหรัฐ (ไทยไดดลอิตาลีอยู 20 ลานดอลลารสหรัฐ) โดย

ไทยสงออกรถยนตและสวนประกอบ ยางพารา เครื่องปรับอากาศ และนําเขาผลิตภัณฑ
โลหะ เครื่องจักรกล และเครื่องจักรไฟฟาจากประเทศอิตาลี
การลงทุน
ในป 2549 การลงทุนของอิตาลีในไทย มีมูลคารวม 481.3 ลานบาท เพิ่มขึ้นรอยละ 19
จากป 2548 โดยเปนดานแรธาตุและเซรามิค 1 โครงการ อุตสาหกรรมเบาและเสนใย ๒
โครงการ ผลิตภัณฑโลหะและเครื่องจักร 3 โครงการ ดานเคมีภัณฑและกระดาษ 1
โครงการและดานบริการ 2 โครงการ
การทองเที่ยว
นักทองเที่ยวอิตาลีมาไทยประมาณ 130,000 คนตอป โดยจํานวนขึ้นลงตามสภาวะ
เศรษฐกิจของอิตาลีและยุโรป ในขณะที่นักทองเที่ยวไทยไปอิตาลีปละประมาณ
๑๒,๓๕๐ คน และมีแนวโนมวาจะเพิ่มมากขึ้นในแตละป
โครงสรางทางเศรษฐกิจทั่วไป
อิตาลีมีพื้นทีสวนใหญไมเหมาะแกการเกษตรกรรม และมีทรัพยากรธรรมชาติไมมาก แม

จะมีกาซธรรมชาติอยูบาง จึงเปนประเทศทีตองนําเขาอาหาร (net food importer) และ

พลังงาน ปจจุบันอิตาลีเปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจทีพึ่งพาเกษตรกรรมเปนสําคัญมาเปน

แบบมีอุตสาหกรรมเปนพืนฐาน และมีขนาดใหญเปนลําดับตนๆ ของโลก โดยรายได

เฉลี่ยตอหัวของประชากรสูงไลเลี่ยกับอังกฤษและฝรั่งเศส อิตาลีเปนโมเดลของไทยใน
ดานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดยอม (SMEs) โดยมีอุตสาหกรรมที่สาคัญ อาทิ  ํ
รถยนต เครืองจักรกล การกอสราง เคมีภัณฑ เภสัชภัณฑ เครื่องไฟฟา เครื่องเรือน

อุตสาหกรรมทอผา เสื้อผาและแฟชั่น และการทองเที่ยว อิตาลีเปนสมาชิกกลุม G8 และ
เขารวมสหภาพการเงินของสหภาพยุโรป (EMU) มาตั้งแตเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1998
แมระบบเศรษฐกิจของอิตาลีเปนระบบทุนนิยม ภาคเอกชนสามารถดําเนินกิจกรรมทาง
เศรษฐกิจไดอยางเสรี แตรัฐบาลยังคงเขามามีบทบาทควบคุมกิจกรรมทีสําคัญ อาทิ

ดานสาธารณูปโภค อุตสาหกรรมพื้นฐาน เปนตน ซึ่งไดกอประโยชนใหแกภาครัฐบาลใน
การสรางฐานอํานาจและแบงปนผลประโยชนระหวางพรรคการเมืองที่เขารวมรัฐบาล
อยางไรก็ตาม ปจจุบันไดมีความพยายามที่จะลด บทบาทของพรรคการเมืองโดยการ
แปรรูปรัฐวิสาหกิจใหภาคเอกชนเขามาดําเนินการ อยางไรก็ตาม อิตาลียังมีปญหา
เศรษฐกิจภายในประเทศหลายประการ ที่สําคัญไดแก การขาดดุลงบประมาณในระดับสูง
การวางงาน การขาดแคลนทรัพยากรพลังงานในประเทศ และระดับการพัฒนาที่แตกตาง
กันอยางมากระหวางอิตาลีตอนเหนือ (Lombardy, Emilia, Tuscany) ซึ่งเปนแหลง
อุตสาหกรรมและการคา และมีกลุมผูประกอบการ SMEs อยูหนาแนน กับอิตาลี

ตอนกลางและตอนลาง รวมทั้งเกาะ Sicily และ Sardinia ซึ่งเปนแหลงเกษตรกรรม
บริเวณที่พัฒนานอยกวานี้มีพื้นที่รวมกันเปนรอยละ 40 ของประเทศ มีประชากรอาศัยอยู
ถึงรอยละ 35 และมีอัตราการวางงานสูงถึงกวารอยละ 20
ธุรกิจการคาปลีก/คาสงในอิตาลี
กฎหมายที่เกี่ยวของกับการประกอบธุรกิจคาปลีก/คาสง บทบัญญัติที่สาคัญๆ   ํ
เกี่ยวกับ SMEs ในกฎหมายที่ 114 วาดวยการปฏิรูปวินัยในภาคธุรกิจการคา (Reform of
the Disciplines on Commercial Sector) มีดังนี้
1. มาตรา (6) ขอ (2) บัญญัติวา รัฐบาลแควน (regional authority) จะพิจารณา
กําหนดเขตพื้นที่การพัฒนาในสวนที่เกี่ยวกับภาคธุรกิจการคาตางๆ อยางสมดุล
2. มาตรา (6) บัญญัติวา หนวยงานของรัฐบาลแควนเปนผูกําหนดหลักเกณฑในการ
จัดตั้งสถานประกอบการขนาดใหญ รัฐบาลแควนจะจัดทํามาตรฐานผังเมือง (urban
planning) เพื่อใชประกอบการพิจารณาอนุญาตใหจัดตั้งสถานประกอบการขนาดกลาง
และขนาดใหญ
3. มาตรา (7) บัญญัติวา ในการขอจัดตั้งกิจการของผูประกอบการรายยอย เพียงสง
แบบฟอรมแจงตอเทศบาล (city council) เทานั้น มาตรา (8) และ (9) บัญญัติวา การ
เปดกิจการของผูประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญตองไดรับอนุญาตจากเทศบาล
และแควน
4. มาตรา (8) เกี่ยวกับกฎเกณฑในการเปดสถานประกอบการขนาดกลาง ซึ่งระบุวา
เทศบาลและรัฐบาลแควนจะรับฟงขอคิดเห็นจากสมาคมการคา และองคกรพิทักษ
ผูบริโภคในการอนุญาตใหจัดตั้งสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ
ขอมูลทั่วไปเกี่ยวกับธุรกิจคาปลีก/คาสงในอิตาลี
- กฎหมายที่ 114 ใหประโยชนแกรานคาปลีกขนาดเล็ก (พื้นที่ 150-200 ตารางเมตร)
ซึ่งสวนใหญเปนการดําเนินธุรกิจของครอบครัว อาทิ การเปดกิจการรานคาปลีกใหมทํา
ไดโดยงายโดยไมตองขออนุญาต (แตเดิมตองขอใบอนุญาตจากเทศบาล) เพียงแต
จัดสงแบบฟอรมแจงเทศบาล
- รานคาปลีกขนาดกลาง (พื้นที่ 250-2,500 ตารางเมตร) เชน supermarket,
convenient store, outlet เปนตน และรานคาปลีก/คาสงขนาดใหญ (พื้นที่ 2,500
ตารางเมตรขึ้นไป) จะตองไดรับการอนุญาตจัดตั้งโดยคํานึงถึงการแบงเขตพื้นที่
(zoning) และการตรวจสอบความจําเปนทางเศรษฐกิจ (economic needs test) ตางๆ
เชน จํานวนประชากร การกระจายการจัดตั้งรานคาปลีก/คาสงขนาดใหญ ผลกระทบตอ
สภาพจราจร การจางงาน และการสรางงานใหม เปนตน ซึ่งรัฐบาลแควนจะพิจารณา
รวมกับเทศบาลเมือง และหนวยงานภาคเอกชนที่เกียวของในการอนุญาตใหจัดตั้ง

รานคาปลีก/คาสงขนาดใหญ สงผลใหเกิดการชะลอความเติบโตในภาคการคาปลีก/คา
สงขนาดใหญของอิตาลีในชวง 2-3 ปที่ผานมา
- ปจจุบัน รัฐบาลอิตาลีมีนโยบายสนับสนุนใหรานคาปลีกขนาดเล็กปดกิจการหรือรวมตัว
กัน เชน ใหเงินชดเชยแกเจาของรานที่เลิกกิจการกอนเกษียณอายุ สนับสนุนใหรานคา
ปลีกขนาดเล็กซึ่งตั้งอยูในบริเวณเดียวกันปดกิจการและและรวมตัวเพื่อเปดกิจการรานคา
ปลีกขนาดกลางในเขตอื่น สนับสนุนรานคาปลีกรายยอยใหจําหนายสินคาเฉพาะประเภท
เพื่อลดการแขงขันระหวางการคาปลีกอื่นๆ ในยานเดียวกัน เปนตน ทั้งนี้ รัฐบาล(โดย
กระทรวงอุตสาหกรรมและการคา) ไดตั้งงบประมาณเพื่อการนี้ไวประมาณ 1 แสนลานลีร
ขอกําหนดสําหรับกิจการของตางชาติ
- ธุรกิจการคาปลีก/คาสง ของอิตาลีมีการแขงขันกันอยางเสรี ในสภาพตลาดที่พัฒนา
แลวและไมมีขอกีดกันตอผูประกอบการตางชาติในกิจการคาปลีก/คาสง ที่แตกตางจาก
มาตรการที่กําหนดไวสําหรับผูประกอบการอิตาลี
- ปจจุบัน มีรานคาปลีก/คาสง ขนาดใหญของตางชาติเปดกิจการในอิตาลี อาทิ
Carrefour (ฝรั่งเศส) Auchan (ฝรั่งเศส) Metro (เยอรมัน) Lidl (เยอรมัน) Rewe
(เยอรมัน) Tenglemann (เยอรมัน) IKE (สวีเดน)
ความสัมพันธทางการคาไทยกับสาธารณรัฐอิตาลี
อิตาลีเปนประเทศคูคาสําคัญลําดับที่ 22 ของไทย และเปนประเทศคูคาสําคัญลําดับที่ 5

ในกลุมสหภาพยุโรป โดยมีมูลคาการคารวม 2.388 พันลานดอลลารสหรัฐ ในป 2548
ซึ่งไทยสงออกเปนจํานวน 1.255 พันลาน และนําเขา 1.133 พันลานดอลลารสหรัฐ
(ขอมูลจากกรมเจรจาการคาระหวางประเทศ กระทรวงพาณิชย)
สินคาสงออกสําคัญ(ไทยสงออกไปอิตาลี) ไดแก เครื่องปรับอากาศและสวนประกอบ
รถยนตอุปกรณและสวนประกอบ ยางพารา ปลาหมึกสดแชเย็น/แชแข็ง เหล็ก เหล็กกลา
และผลิตภัณฑ เสื้อผาสําเร็จรูป เครื่องใชไฟฟาและสวนประกอบอื่นๆ อัญมณีและ
เครื่องประดับ ผาผืน เครื่องโทรสาร โทรพิมพ โทรศัพท อุปกรณและสวนประกอบ เปน
ตน
สินคานําเขาสําคัญ (ไทยนําเขาจากอิตาลี) ไดแก เครื่องจักรกลและสวนประกอบ
เคมีภัณฑเครื่องจักรไฟฟาและสวนประกอบ ผาผืน ผลิตภัณฑเวชกรรมและเภสัชกรรม
สัตวและผลิตภัณฑจากสัตว ผลิตภัณฑโลหะ ผลิตภัณฑพลาสติก เครื่องมือ เครื่องใช
ทางวิทยาศาสตรการแพทย การทดสอบ เครื่องใชเบ็ดเตล็ด เปนตน
สินคาสงออกที่มีศักยภาพ (ไทยสงออกไปอิตาลี) ไดแก เครื่องคอมพิวเตอร อุปกรณ
และสวนประกอบ เสื้อผาสําเร็จรูป แผงวงจรไฟฟา ขาว อาหารทะเลกระปอง ยานพาหนะ
อุปกรณและสวนประกอบ เครื่องรับวิทยุโทรทัศนและสวนประกอบ กุงสดแชเย็นแชแข็ง
อัญมณีและเครื่องประดับ และยางพารา เปนตน
สินคานําเขาที่มีศักยภาพ (ไทยนําเขาจากอิตาลี) ไดแก เครื่องจักรไฟฟาและ
สวนประกอบ เครื่องจักรใชในอุตสาหกรรม เคมีภัณฑ แผงวงจรไฟฟา น้ํามันดิบ ไดแก
เครื่องคอมพิวเตอร อุปกรณและสวนประกอบ ผลิตภัณฑโลหะ เหล็กและเหล็กกลา
เครื่องมือเครืองมือใชเกี่ยวกับวิทยาศาสตร การแพทย เครื่องบินและอุปกรณการบิน เปน

ตน
ความสัมพันธดานการลงทุน การลงทุนจากอิตาลีในไทยที่ผานคณะกรรมการสงเสริม
การลงทุนมีจํานวนคอนขางนอย สวนใหญเปนการลงทุนในหมวดผลิตภัณฑโลหะ
เครื่องจักรและอุปกรณขนสง (อาทิ กิจการผลิตเครืองจักร หรืออุปกรณสําหรับงาน

อุตสาหกรรมตอเรือ การผลิตชิ้นสวน ยานพาหนะ และการผลิตผลิตภัณฑโลหะ) การ
ลงทุนในหมวดเคมีภัณฑกระดาษและพลาสติก และการลงทุนในหมวดอุตสาหกรรมเบา
(อาทิ การผลิตเครื่องประดับ การผลิตรองเทา การผลิตเครื่องกีฬา การผลิตของเด็กเลน
เปนตน)

 
© 2012 Thai To Italy .com | Templates | Thailandia | Clicca qui per votare
เวปไซด์จัดทำโดย

www.sito-economico.it